"เชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างสรรค์กฎหมายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน"

ฉันไม่ชอบกฎหมาย
Bookmark and Share
Blognone

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2553

ภาพแรกในรอบหลายปี ผู้เชี่ยวชาญการันตี ฝีมือแวนโก๊ะ

ภาพแรกในรอบหลายปี ผู้เชี่ยวชาญการันตี ฝีมือแวนโก๊ะ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 2 มีนาคม 2553 21:11 น.
       โดย...ฮักก้า
       
       นับ ตั้งแต่ปี. ค.ศ.1995 เป็นต้นมา แม้จะเคยมีหลายคนออกมากล่าวว่าตนเองมีภาพเขียนผลงานของจิตรกรชื่อดัง Vincent Van Gogh ครอบครองอยู่ แต่ภาพเขียนเหล่านั้นก็ไม่เคยได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญใดๆว่าเป็นผล งานของ จิตรกรหลังยุคอิมเพรสชั่นนิสต์ รายนี้จริงๆ
       

       Dirk Hannema ภัณฑารักษ์ศิลปะชาวดัชท์ คือหนึ่งในผู้ที่เคยออกมากล่าวว่าตนมีภาพเขียนฝีมือของ Vincent Van Gogh แต่เขาก็ต้องถูกหลายๆคนหัวเราะเยอะกับการที่ออกมากล่าวเช่นนั้น เพราะไม่มีใครเชื่อว่าผลงานที่เขมีอยู่จะเป็นของจริง
       
       แต่ล่าสุด ภาพเขียนชื่อ The 'Le Blute-Fin Mill หนึ่งในผลงานศิลปะที่ Hannema มีอยู่ ได้กลายเป็นภาพเขียนชิ้นแรกในรอบหลายปี ที่มีผู้เชี่ยวชาญให้การรับรอง
       
       โดย Hannema ซื้อภาพเขียนชิ้นนี้มาเมื่อปี ค.ศ.1975 จากอาร์ตดีลเลอร์และนักค้าของเก่าในปารีส ผู้ที่ไม่คิดว่าภาพนี้จะมีมูลค่าสูงในเวลาต่อมา
       
       ณ ตอนนั้น Hannema จ่ายเงินไปเพียง 2,000 ปอนด์เพื่อซื้อภาพนี้รวมทั้งผลงานศิลปะชิ้นอื่นๆที่ยังไม่รู้ว่าเป็นผลงาน ของใคร ด้วยความที่มั่นใจว่าภาพชิ้นนี้เป็นของ Vincent Van Gogh จริงๆ ทำให้เขายอมจ่ายเงินถึง 16 เท่าของจำนวนเงินที่ซื้อมา เพื่อทำประกันให้กับภาพๆนี้ ในทันทีที่ซื้อมันมาได้
       
       Louis van Tilborgh ภัณฑารักษ์ด้านการวิจัย ของ Van Gogh Museum ในกรุง Amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า แม้ภาพเขียนชิ้นนี้ ซึ่งเป็นภาพของชาวปารีส ขณะกำลังไต่บันไดไม้ไปยังกังหันลมในย่าน Montmartre จะเป็นภาพที่ต่างไปจากผลงานชิ้นอื่นๆของจิตรกรผู้เขียนภาพแนวอิมเพรส ชั่นนิสต์คนนี้ ตรงที่ปรากฏรูปร่างของผู้คนในภาพอย่างเด่นชัด แต่ก็แสดงเห็นถึงลักษณะที่โดดเด่นของผลงานในยุคนั้นของเขา ที่เขียนขึ้นด้วยฝีแปรงที่หยาบๆและมีการใช้สีที่สด
       
       มิสเตอร์ van Tilborgh ยังบอกอีกด้วยว่า นอกจากหลักฐานที่ปรากฎบนภาพจะบอกให้เรารู้ว่า Vincent Van Gogh เขียนภาพชิ้นนี้ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1886 ขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ในปารีส ยังมีตราประทับของร้านขายอุปกรณ์ศิลปะที่เป็นที่รู้กันว่า เขาชอบแวะเวียนไปซื้อหาอุปกรณ์อยู่เป็นประจำ
       
       และภาพชิ้นนี้ยังสามารถเชื่อมโยงไปถึงผลงานชิ้นอื่นๆของเขาซึ่งสร้าง ขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน และมีลักษณะเดียวกัน แต่เป็นผลงานที่มีจำนวนไม่มากนัก
       
       Ralph Keuning ผู้อำนวยการ Museum de Fundatie ในเมือง Zwolle อันเป็นสถานที่ที่ภาพเขียน The 'Le Blute-Fin Mill ถูกนำมาจัดแสดงกล่าวว่า
       
       Hannema เป็นผู้ที่ก่อตั้ง Museum de Fundatie ขึ้น แต่เขาไม่ได้นำภาพเขียนชิ้นนี้มาจัดแสดงที่นี่ ทว่าเขาได้ติดมันไว้ในบ้านพัก กระทั่งเขาเสียชีวิตไปในปี ค.ศ.1984
       
       และไม่เพียงแต่ภาพเขียนชิ้นนี้หรอกที่ Hannema เคยออกมาบอกให้ทุกคนโปรดเชื่อว่ามันคือผลงานของ Vincent Van Gogh ยังมีภาพเขียนชิ้นอื่นๆอีกหลายชิ้นที่เขามีอยู่ด้วย แต่ภาพเหล่านั้นยังไม่มีหลักฐานมากพอที่จะแสดงให้ผู้เชี่ยวชาญรับรองว่ามัน คือผลงานของจิตรกรคนเดียวกัน
       
       นี่ถ้า Hannema ยังมีชีวิตอยู่ และได้รับรู้ว่า ภาพเขียนชื่อ The 'Le Blute-Fin Mill มีผู้เชี่ยวชาญให้การรับรองแล้ว เขาคงอดกระซิบบอกข้างๆหู คนที่เคยหัวเราะเยอะเขาไม่ได้ว่า
       
       บอกแล้วไงว่า...ไม่ได้โม้
       
       http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9530000029803

ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809
/wordcamp-bangkok-2009-pool-party
C:\Documents and Settings\user\My Documents\ไฟล์ที่ได้รับของฉัน\issarachon1101.wma
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hiansoon

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

วันตัวตุ่น

วันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7032 ข่าวสดรายวัน


วันตัวตุ่น


ไหลตามโลก




เขามานั่นแล้ว หน้าตาบ้องแบ๊ว หัวหูฟูตลอดหาง

แห่แหนกันเอิกเกริกในวันอันหนาวเย็น

และวันอันชวนลุ้นว่าจะหายหนาวเสียทีหรือยัง

เอ้า! เร่เข้ามา มาลุ้นไปกับนักพยากรณ์อากาศ

หน้ามู่ตู้เนี่ยนะนักพยากรณ์

ตอบว่า แม่นแล้ว โลกยุโรปและอเมริกาเหนือเชื่อกันมาเช่นนั้น

รวมถึงยูเครน

เชื่อว่าตัวตุ่นจะทายแม่นๆ

ช่วงปลายกุมภาพันธ์ สำหรับโลกเหนือ โดยปกติคือช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนจากฤดูหนาวเป็นฤดูใบไม้ผลิ

และเชื่อกันมาตั้งแต่เก่าก่อนถึงยุคใหม่

ว่าหากวันใดในช่วงเวลานี้ เจ้าตัวตุ่นโผล่ออกจากโพรงแล้วพุ่งไปหากินทันที เป็นอันว่าจวนสิ้นหนาวแล้ว

แต่ถ้าเจ้าตัวดีโผล่ออกมาเห็นเงาของตัวเอง แปลว่าจะหนาวยาวไปอีก 6 สัปดาห์

นักพยากรณ์แห่งยูเครน ชื่อ มุชโก

และแอน แอ่น แอ๊น มุชโกเขาไม่เห็นเงานะตัวเอง

พยากรณ์ว่าใบไม้ใกล้ผลิ อากาศใกล้อุ่น

เชื่อตุ่นเต๊อะ


หน้า 24
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURONWIzVXdOREF4TURNMU13PT0=&sectionid=TURNeE1RPT0=&day=TWpBeE1DMHdNeTB3TVE9PQ==

--
โปรดอ่าน blog
www.pridiinstitute.com
www.nakkhaothai.com
www.pcpthai.org
http://wdpress.blog.co.uk
http://rsm2009-rsm2009.blogspot.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
www.youtube.com/user/naiissarachon#p/a/u/0/34ZvscsnCbA

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

คอลัมน์ แสตมป์ที่ฉันรัก มาฆบูชา

มาฆบูชา

คอลัมน์ แสตมป์ที่ฉันรัก




ไปรษณีย์ ไทยเชิญร่วมเป็นเจ้าของแสตมป์ มาฆบูชา ที่นำภาพดอกบัวซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนามาจัด พิมพ์ลงบนดวงแสตมป์ส่วนตัวชุดพิเศษในงานมาฆบูชา บริเวณท้องสนามหลวง วันที่ 24-28 ก.พ.53 เป็นภาพดอกบัวบานสีชมพูอ่อนและภาพพระพุทธรูปสิ่งศักดิ์สิทธิ์วัดดังทั่ว ประเทศ 12 แห่ง บนแสตมป์แต่ละดวง ราคาแผ่นละ 120 บาท ภายในงานยังมีตราประทับ พิเศษวันมาฆบูชาที่มีเฉพาะงานนี้เท่านั้น

นอก จากนี้ ยังมีการจำหน่ายแสตมป์และสิ่งสะสมต่างๆ ที่เกี่ยวกับพุทธศาสนา ตลอดจนของที่ระลึกให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมงาน ณ บูธไปรษณีย์ไทย บริเวณตรงข้ามหน้าศาลฎีกา


หน้า 23
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURONWIzVXdOREk0TURJMU13PT0=&sectionid=TURNeE1RPT0=&day=TWpBeE1DMHdNaTB5T0E9PQ==

--
โปรดอ่าน blog
www.pridiinstitute.com
www.nakkhaothai.com
www.pcpthai.org
http://wdpress.blog.co.uk
http://rsm2009-rsm2009.blogspot.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
www.youtube.com/user/naiissarachon#p/a/u/0/34ZvscsnCbA

นกเขนท้องแดง นกสวยจากไซบีเรีย


วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7031 ข่าวสดรายวัน


นกเขนท้องแดง นกสวยจากไซบีเรีย


คอลัมน์ ทัวร์ทโมน

ปริญญา ผดุงถิ่น pui@tourtamoan.com www.tourtamoan.com




นกเขนท้องแดง อพยพมาพักผ่อนในสวนท้อบนดอยอินทนนท์ ตลอดฤดูหนาว

จริงๆ แล้ว คำว่านกอพยพจากไซบีเรียอะไรนี่ มันแทบจะฟังไม่ขลังเลย

เพราะคนทั่วไปเวลานึกถึงคำว่า"นกอพยพ"

ก็มักมีจินตภาพพ่วงท้ายว่า "จากไซบีเรีย" โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

เคยมีแม้แต่ชาวบ้านชวนผมไปดู "ค้างคาวแม่ไก่จากไซบีเรีย"

ฟังแล้วก็ต้องเก๊กหน้าเต็มที่ ไม่กล้าปล่อยก๊ากออกมา

แต่นกที่จะแนะนำให้รู้จักกันวันนี้ เป็นตัวจริงเสียงจริงที่มาจากไซบีเรีย

ชื่อว่า นกเขนท้องแดง (Daurian Redstart)

พบครั้งแรกในโลกที่เมือง Dauria แถวไซบีเรีย ยิ่งตอกย้ำ เลือดไซบีเรีย

ส่วนคำว่า Redstart อธิบายเพิ่มเติมนิดนึง เป็นศัพท์แสงวงการปักษี หมายถึง "หางแดง"

นกเขนท้องแดงไม่ใช่นกที่จะพบเจอง่ายๆ มีรายงานตอนหน้าหนาวเป็นระยะที่ดอยอ่างขาง

ขณะที่ดอยอินทนนท์ ดูเหมือนจะไม่มาเยือนทุกปี มาบ้างไม่มาบ้าง

แต่มาทีไร ก็มักจะอยู่ติดที่ยาว กลายเป็น "นกมหาชน" ขวัญใจช่างภาพ

แหล่งประจำของนกตัวนี้ที่ดอยอินทนนท์ คือสวนท้อนายเล่ง ไม่ไกลจากแคมป์พักอุทยาน

ผมเองเวลาไปดูนกภาคเหนือตอนหน้าหนาว พยายามหานกตัวนี้ที่ดอยอ่างขางมาตลอด แต่ก็ไม่เคยเจอ

ประสบการณ์ที่เจอทั้งหมด ก็ที่สวนท้อนายเล่งแห่งเดียว ไม่ว่าจะกี่ครั้งแล้วก็ตาม!

แต่ก่อนจะมาเจอที่ดอยอินทนนท์ ผมไปจ๊ะเอ๋มันครั้งแรกในชีวิต แบบไม่ทันตั้งตัว โน่น...ที่ญี่ปุ่น

จำ สถานที่ได้ด้วย ระหว่างกำลังตื่นตาตื่นใจกับเมืองฮอลแลนด์ ที่เขายกมาสร้างอย่างอลังการบนเกาะกิวชิว ชื่อว่า Huis Ten Bosch (อ่านว่า เฮาส์เตนบอช)

จังหวะเดินผ่านพุ่มสนเตี้ย ยอดสูงกว่าหัว ผมนิดเดียว ผมก็เห็นด้วยตาเปล่าในระยะกระชั้นชิด

Daurian Redstart อยู่จ่อๆ แทบเอื้อมมือ ถึง ได้แต่ไชโยโห่ฮิ้วในใจ เพราะที่ไปนั้น ไม่ได้ไปดูนก

กลัวถูกเพื่อนร่วมคณะเดินทาง หาว่าเสียจริต

ประสบการณ์นั้น ตรงกับข้อมูลที่ปรากฏในวิกิพีเดีย ที่ระบุว่า มักพบนกนี้ตามสวนในเมือง

และนิสัยก็มักจะยอมให้คนเข้าใกล้มากๆ ก่อนจะตัดสินใจฉากหนี

ตัวผู้ของนกเขนท้องแดง จัดเป็นนกสีสวยโดนใจนักดูนก

สถานภาพในโลก ถือเป็นนกค่อนข้างหาง่ายในเอเชียตะวันออก

พอถึงหน้าหนาว โปรแกรมธรรมชาติสั่งการให้พวกมันพากันอพยพโดยพร้อมเพรียง

พูดง่ายๆ มันเป็นนกอพยพตัวฉกาจ

ลงมาแถวเกาหลี ญี่ปุ่น ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ไต้หวัน โดยอีกพวกจะไปทางอินเดีย

และมาถึงไทย เฉพาะดอยทางภาคเหนือแค่นั้น

เท่าที่มีรายงานพบในบ้านเรา พบตั้งแต่ความสูง 300 เมตร ถึงยอดสูงสุดดอยอินทนนท์ที่ 2,565 เมตรเลยทีเดียว

จากนก "ค่อนข้างหาง่าย" ที่ไซบีเรีย พอมาถึงเมืองไทย

ก็เปลี่ยนสถานภาพเป็น "ค่อนข้างหายาก"

หน้าหนาวปีหน้า ผมหวังจะได้ข่าว

นกสวยจากไซบีเรียตัวนี้ กลับมาพักดอยอินทนนท์ซ้ำอีก


หน้า 7
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROb1lYQXdOakk0TURJMU13PT0=&sectionid=TURNeE53PT0=&day=TWpBeE1DMHdNaTB5T0E9PQ==

--
โปรดอ่าน blog
www.pridiinstitute.com
www.nakkhaothai.com
www.pcpthai.org
http://wdpress.blog.co.uk
http://rsm2009-rsm2009.blogspot.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
www.youtube.com/user/naiissarachon#p/a/u/0/34ZvscsnCbA

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ศิลปะหรืออนาจาร ....?




 



วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 15:16:39 น.  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ศิลปะหรืออนาจาร ....?

เราจะบอกว่าภาพนี้เป็นภาพศิลปะหรือภาพอนาจารนั้นต้องดูเจตนาของผู้ผลิตว่า ต้องการสื่ออะไรและประสบการณ์ของผู้ชมที่จะทำให้เข้าใจความหมายที่สื่อ เช่นศิลปะแบบแอ็บสแตรค เอ็กซ์เพรสชันนิสม์ ที่ไม่ได้เน้นความเหมือนจริงแต่เน้นการสื่อถึงอารมณ์ความคิด ถ้าผู้ดูไม่มีประสบการณ์มากพอก็จะไม่เข้าใจและมองเห็นความสวยนั้นได้ ศิลปะไม่ได้ใช้เพียงแค่ตาเท่านั้นแต่ต้องใช้ความคิดด้วยถึงเข้าถึงความสวยงามของศิลปะได้



  http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1267085883&grpid=07&catid=no&sectionid=0225

--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687

นักวิชาการชี้ผีเสื้อยักษ์สัตหีบพบได้ทั่วไป

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 18:40 น.  ข่าวสดออนไลน์


นักวิชาการชี้ผีเสื้อยักษ์สัตหีบพบได้ทั่วไป

     เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 พ.ย. จากกรณีนายมงคล จำนอง ชาวสัตหีบ พบผีเสื้อซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าผีเสื้อปกติ กินใบขนุนหน้าประตูบ้าน จึงจับใส่กรงรอผู้รู้เรื่องผีเสื้อมาตรวจสอบ เพราะคิดว่าหายากกลัวจะสูญพันธุ์ตามที่ “ข่าวสด” ได้รายงานไปแล้วนั้น ล่าสุดผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง รศ.โกศล เจริญสม อาจารย์ภาควิชากีฏวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อสอบถามรายละเอียดของผีเสื้อชนิดนี้

 รศ.โกศล กล่าวว่า ผีเสื้อที่ตกเป็นข่าว คือ ผีเสื้อหนอนใบกระท้อนหรือ ผีเสื้อยักษ์ อยู่ในวงศ์ผีเสื้อยักษ์ มีปีกแผ่กว้างประมาณ 15-18 ซ.ม. ชื่อภาษาอังกฤษ Atlas moth ชื่อวิทยาศาสตร์ Attacus atlas ชื่อวงศ์ Saturniidae ชื่อ อันดับ Lepidoptera เป็นผีเสื้อกลางคืน ระยะที่เป็นตัวหนอนกินใบกระท้อน ฝรั่ง และใบดาหลา ผีเสื้อตัวเมียวางไข่บนใบพืชอาหาร ลักษณะไข่กลมสีน้ำตาล ขนาดประมาณเท่าเมล็ดถั่วเขียว ระยะฟักไข่ประมาณ 7 วัน ระยะเวลาที่เป็นตัวหนอนประมาณ 1 เดือน ก่อนเตรียมตัวเข้าดักแด้ อีก 1-6 เดือน


 “เมื่อออกเป็นตัวผีเสื้อปากจะเล็กจนเหลือนิดเดียวไม่ต้องกินอาหาร แต่ทำหน้าที่ผสมพันธุ์และออกไข่เพียงอย่างเดียว ผีเสื้อยักษ์ยังคงพบได้ทั่วไป ยิ่งบริเวณไหนมีป่ากระท้อนจะพบผีเสื้อชนิดนี้เป็นจำนวนมาก เพราะใบกระท้อนใหญ่และตัวหนอนชอบ ยืนยันได้ว่าผีเสื้อชนิดนี้ยังไม่อยู่ในกลุ่มใกล้สูญพันธุ์แต่อย่างใด” รศ.โกศลกล่าว

     

     ทั้งนี้เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายมงคล จำนอง อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/11 ม.6 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ว่า ได้พบกับผีเสื้อซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าผีเสื้อปกติ เชื่อเป็นสัตว์หายากกลัวสูญพันธุ์จึงจับใส่กรงไว้รอผู้รู้เรื่องผีเสื้อมา ตรวจสอบ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบยังบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้านห้องแถว กำลังปลูกสร้างรอบๆ บ้านมีต้นขนุนและต้นไม้หลายชนิดปลูก พบนายมงคลและชาวบ้านกำลังยืนมุงดู ผีเสื้อที่ถูกจับขังไว้ในกรงด้วยความตื่นตกใจ จากการตรวจสอบพบเป็นผีเสื้อไม่ทราบชนิดและเพศ มีลำตัวและปีกเป็นสีส้มอมแดง มีขนาดความยาวตั้งแต่ปลายปีกด้านขวาถึงด้านซ้ายยาว  27 เซนติเมตร ซึ่งใหญ่กว่าผีเสื้อทั่วไป


     สอบถามนายมงคล เจ้าของบ้านที่พบเห็นผีเสื้อตัวดังกล่าว เล่าว่า ขณะที่ตนจะออกไปทำธุระนอกบ้านของเช้าวันนี้เมื่อเปิดประตูบ้านออกมาพบ ผีเสื้อขนาดใหญ่บินมาเกาะกินใบของต้นขนุนหน้าประตูบ้าน ด้วยความตกใจและแปลกใจที่ไม่เคยพบเห็นจึงได้จับผีเสื้อดังกล่าวใส่ไว้ในกรง หนูแฮมสเตอร์ เพราะเชื่อว่าน่าจะเป็นสัตว์แปลกประหลาดและอาจจะให้โชคลาภกับตน และอยากให้ผู้ที่รู้เรื่องเกี่ยวกับผีเสื้อเข้ามาดูหากเป็นสัตว์หายากก็อยาก จะนำไปเพาะเลี้ยง เพื่อขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น
















http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRJMk56RTFPREV4T0E9PQ==

--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687

สืบสานตำนาน ตลาดคลองสวน 100 ปี


วันที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 19 ฉบับที่ 7030 ข่าวสดรายวัน


สืบสานตำนาน ตลาดคลองสวน 100 ปี


รู้ก่อนเที่ยว

อณุวัสส์ ศิวราศักดิ์




ตลาด คลองสวน 100 ปี เป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ ริมคลองประเวศน์บุรีรมย์ พื้นที่ตำบลคลองสวน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ในอดีตเป็นเส้นทางสำหรับเดินทางไปพระนคร (กรุงเทพฯ) จากประตูน้ำท่าถั่ว (ฉะเชิงเทรา) แล่นผ่านตลาดคลองสวน ก่อนจะแล่นเข้าสู่ประตูน้ำ (วังสระปทุม) พระนคร

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ชาวคลองสวน ทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม ชาวไทยเชื้อสายจีน วัฒนธรรมผสมผสาน อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จะเห็นได้จากสิ่งก่อสร้าง เช่น โรงเจ วัด สุเหร่า ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน มีร้านกาแฟ เป็นแหล่งนัดพบของผู้คน มานั่งพูดคุยสนทนาเรื่องต่างๆ นานา

สำหรับ ผู้ที่สนใจจะชมบรรยากาศ สัมผัสวิถีชีวิตชาวชุมชน ชิมอาหารอร่อยทั้งอาหารคาวที่มีสูตรเฉพาะ ขนมหวาน กาแฟสูตรโบราณดั้งเดิม ชมของเก่า และสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า สามารถแวะชมได้ที่ตลาดคลองสวน 100 ปีแห่งนี้

เมื่อเข้ามา ก็จะพบร้านโชห่วย หรือร้านค้าขายปลีกขนาดเล็กๆ หลายร้าน ที่ยังคงมีบรรยากาศเก่าๆ ของร้านค้าเมื่อหลายสิบปีก่อน ที่หลายคนอยากจะเห็น อยากจะสัมผัสอีกครั้ง ด้วยเสน่ห์ของรอยยิ้ม มิตรไมตรี การนำเสนอขายสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นกันเองของพ่อค้าแม่ขาย



นอก จากผู้ขายแล้ว สินค้าในร้านค้า ก็มีมากมายหลายอย่าง ไล่มาตั้งแต่สินค้าในอดีตที่คนรุ่นอายุ 40 ปีขึ้นไป รู้จักกันดีมาจนถึงสินค้ารุ่นใหม่ๆ รวมทั้งของเล่นล่อตาล่อใจคุณหนูๆ และถ้าอยากจะเอนกายพักผ่อน ก็มีร้านตัดผมเก่าแก่ไว้บริการ ทั้งตัวร้านและอุปกรณ์ พักกายด้วยการนั่งตัดผมไปด้วย คลายเหนื่อยเมื่อยล้าแถมยังได้เสริมความหล่อไปในตัว

นอกจาก สินค้าย้อนยุคแล้ว ส่วนอื่นๆ ของตัวตลาดยังมีสินค้าต่างๆ คล้ายกับตลาดทั่วๆ ไป เช่น อาหาร ขนม ผลไม้นานาชนิด ให้เลือกซื้อ เลือกชิม ในราคาไม่แพง

ตลาดคลองสวนเป็นตลาดเก่าแก่ ก่อตั้งชุมชนขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 หากย้อนกลับไปในอดีต การเดินทางโดยเรือจะสะดวกและรวดเร็วที่สุด ถ้าเดินทางจากฉะเชิงเทราเข้าพระนคร ต้องใช้เรือเมล์ขาวของนายเลิศ ขึ้นจากประตูน้ำท่าถั่ว ผ่านตลาดคลองสวน ก่อนจะแล่นเข้าสู่ประตูน้ำ (วังสระปทุม) พระนคร ตลาดคลองสวนจึงเป็นจุดแวะพัก และเป็นศูนย์รวมของการแลกเปลี่ยนสินค้า และเป็นเส้นทางคมนาคม ที่สำคัญและสะดวกที่สุด

ส่วนชาวชุมชนคลองสวนก็เป็นน้ำหนึ่งใจเดียว กัน หากมีงานกุศล เช่น ขุดคลอง ทำถนน ก็จะมาร่วมแรงร่วมใจกัน มีร้านกาแฟประจำชุมชน เป็นแหล่งพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิด ประสบการณ์ ไปจนถึงสนทนาข่าวสาร เหตุบ้านการเมือง ในรูปแบบสภากาแฟ ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันตลาดคลองสวน 100 ปี อยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานเทศบาลตำบลคลองสวน โดยนายสุธี อัศวานิชย์ นายกเทศมนตรี สนับสนุนให้ชุมชนร่วมกันอนุรักษ์บ้านเรือน รวมทั้งวิถีการดำเนินชีวิตให้คงไว้ ส่งเสริมให้ตลาดคลองสวน เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านอนุรักษ์วัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเรียนรู้ดูวิถีชีวิตของชุมชน รวมทั้งสิ่งปลูกสร้าง ที่ยังมีกลิ่นอายในสมัยรัชกาลที่ 5 ไว้ไม่จืดจาง

ใน วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม ทางเทศบาลจัดงานสืบสานตำนานตลาดคลองสวน 100 ปี ขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตชุมชน ท้องถิ่น ที่ควรค่าในการรักษาไว้ และเพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน

การ เดินทางไปตลาดคลองสวน จากกรุงเทพฯ ไปได้หลายทาง เช่น ใช้ทางด่วนมอเตอร์เวย์ สังเกตป้ายชี้ตลาดคลองสวน 100 ปี เลี้ยวซ้าย หรือถนนสายอ่อนนุช-ฉะเชิงเทรา ผ่านเทคโนฯ ลาดกระบัง ขับตรงไปตลอด ตลาดคลองสวนอยู่ด้านซ้ายมือ

หากไปทางถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 35 เลี้ยวซ้ายเข้าถนนทางไปไทย คันทรี คลับ ประมาณ 15 กิโลเมตร จนเจอถนนหมายเลข ฉช 3001 เลี้ยวซ้ายทางเข้าตลาดอยู่กิโลเมตรที่ 9-10

ถ้า มาจากแยกร่มเกล้า ไปอีกประมาณ 27 กิโลเมตร ตามทางหมายเลข ฉช 3001 ทางเข้าตลาดอยู่กิโลเมตรที่ 9-10 หรือนั่งรถประจำทางสายฉะเชิงเทรา-ลาดกระบัง ลงหน้าทางเข้าตลาด แล้วเดินต่อเข้าไปประมาณ 200 เมตร

ตลาดคลองสวน 100 ปี มีดีอย่างไร มาพิสูจน์ได้เลย


หน้า 26
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3dNVEkzTURJMU13PT0=&sectionid=TURNd013PT0=&day=TWpBeE1DMHdNaTB5Tnc9PQ==

--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://apps.facebook.com/blognetworks/index.php
http://www.roundfinger.com/
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog
http://www.deepsouthwatch.org/node/687

ผู้ติดตาม

คลังบทความของบล็อก

เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
Thailand
ข่าวสาร ข้อมูล ทุกด้านต้องรับฟัง ไม่เชื่อสิ่งที่เห็น ฟังข่าวสารเพียงฝ่ายเดียว ต้องรู้เท่าทันในการรับรู้ข่าวสารจากทุกแหล่งข่าว FACT - Freedom Against Censorship Thailand กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย http://facthai.wordpress.com/ http://twitter.com/jiew ● ปรึกษาปัญหากฏหมาย ละเมิด,สัญญา,อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ ปัญหาติดต่อราชการ ฟรี ● พิมพ์รายงาน,ค้นหาข้อมูล, ● งานพิมพ์ Lay-Out,Art Work สำนักพิมพ์ดาวหาง www.sanamluang.bloggang.com สนใจติดต่อสอบถาม workingmailhome@hotmail.com